ข้อกำหนดการใช้บริการ
บทที่ 1 ข้อกำหนดทั่วไป
ข้อกำหนดนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนการใช้บริการ holdclinicgn.com (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ") ที่บริษัท โฮลด์คลินิก (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท") ให้บริการ รวมถึงข้อกำหนดที่จำเป็นอื่น ๆ
ข้อ 2 (คำจำกัดความของคำศัพท์)
1) 'บริการ' หมายถึง ฟังก์ชั่นและบริการทั้งหมดที่บริษัทจัดเตรียมไว้เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาทั้งที่อยู่ภายใต้การประกันและไม่อยู่ภายใต้การประกัน
2) 'การชำระเงินออนไลน์' หรือ 'บริการชำระเงินออนไลน์' หมายถึง การใช้บริการชำระเงินในการจองผ่านเว็บไซต์ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหรือซื้อสินค้าเกี่ยวกับการรักษาที่ไม่อยู่ในประกันที่บริษัทเปิดขาย
3) 'สินค้า' หมายถึง การรักษาที่ไม่อยู่ในประกันซึ่งสมาชิกซื้อผ่าน 'บริการชำระเงินออนไลน์' ที่บริษัทให้บริการบนเว็บไซต์
ข้อ 3 (ประสิทธิภาพ การแก้ไข และข้อบังคับของข้อกำหนด)
1) ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้เมื่อปรากฏบนหน้าจอบริการหรือนำแจ้งให้สมาชิกทราบด้วยวิธีอื่น ๆ
2) บริษัทสามารถแก้ไขข้อกำหนดนี้ตามความเหมาะสม และหากมีการแก้ไข บริษัทจะแจ้งวันบังคับใช้และเหตุผลในการแก้ไขไว้ร่วมกับข้อกำหนดเดิมบนหน้าจอบริการ อย่างน้อย 7 วันก่อนถึงวันบังคับใช้
3) หากมีการเพิ่มฟีเจอร์หรือหัวข้อใหม่ในบริการ เว้นแต่จะมีคำอธิบายเฉพาะ ข้อกำหนดนี้จะใช้บังคับ
4) กรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติการสื่อสารโทรคมนาคม ข้อบังคับการใช้บริการ หรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
บทที่ 3 หน้าที่ของคู่สัญญา
ข้อ 9 (หน้าที่ของบริษัท)
1) บริษัทจะไม่กระทำการที่ต้องห้ามตามกฎหมายและข้อกำหนดนี้ และจะพยายามให้บริการอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
2) บริษัทจะไม่เปิดเผยหรือแจกจ่ายข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกที่ได้รับมาในการให้บริการแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมล่วงหน้า เว้นแต่มีเหตุผลตามข้อต่อไปนี้
3) บริษัทอาจปฏิเสธในกรณีที่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- เมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติการสื่อสารโทรคมนาคม
- เมื่อมีการร้องขอจากคณะกรรมการจริยธรรมสารสนเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการสืบสวนอาชญากรรม
- เมื่อมีการร้องขอตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในกฎหมายอื่น ๆ
4) ภายใต้ขอบเขตของข้อ 2 บริษัทสามารถจัดทำสถิติเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และสามารถนำไปใช้ได้
5) ความรับผิดและผลเสียที่เกิดจากข้อมูลที่สมาชิกกรอกผิดหรือป้อนข้อมูลเกี่ยวกับ 'บริการชำระเงินออนไลน์' นั้น สมาชิกจะต้องรับผิดชอบเอง เว้นแต่จะเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของบริษัท
6) 'สมาชิก' ไม่สามารถโอนหรือมอบสิทธิการใช้บริการหรือฐานะในสัญญาการใช้บริการให้ผู้อื่นได้ และไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกัน
7) 'สมาชิก' ห้ามกระทำการดังต่อไปนี้เกี่ยวกับการใช้บริการ
- กรอกหรือส่งข้อมูลเท็จในการสมัคร เปลี่ยนข้อมูล หรือยืนยันตัวตนระหว่างขั้นตอนการใช้บริการ
- ใช้รหัสหรือรหัสผ่านของสมาชิกอื่นโดยมิชอบเพื่อนำไปใช้บริการ หรือขโมยข้อมูล
- ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเลขบัญชีของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้บริการบริษัท
- ขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- ลงทะเบียนหรือเผยแพร่ไวรัสคอมพิวเตอร์ โค้ด ไฟล์ หรือโปรแกรมที่ทำให้ระบบบริการขัดข้องหรือข้อมูลถูกทำลาย/ปั่นป่วน
- ละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิ์ในภาพลักษณ์ของบริษัทและบุคคลที่สาม
- ทำให้ชื่อเสียงหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือบุคคลที่สามเสียหาย
- ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท
- กระทำการอื่นใดที่ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบสุขหรือแนวคิดของสังคม หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดของบริษัท
ข้อ 10 (นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
บริษัทจะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาชิกให้ไว้ตอนสมัคร รวมถึงข้อมูลทางการเงินที่เกิดขึ้นขณะใช้บริการ และให้เป็นไปตาม 'นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล' ของบริษัทและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 11 (หน้าที่ของสมาชิก)
1) สมาชิกต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
- ทำซ้ำ แก้ไข หรือให้ข้อมูลที่ได้จากบริการกับบุคคลอื่นเพื่อจุดประสงค์นอกเหนือจากการใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท
- ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทหรือบุคคลอื่น
- เผยแพร่เนื้อหาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของสังคม
- กระทำการอันอาจเป็นอาชญากรรม
- กระทำการที่ผิดกฎหมายหรือขัดต่อข้อบังคับอื่น ๆ
2) สมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้บริการที่บริษัทประกาศหรือแจ้งเป็นการเฉพาะ
3) สมาชิกไม่สามารถทำกิจกรรมแสวงหากำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับการยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท
ข้อ 12 (ห้ามโอนสิทธิ์)
สมาชิกไม่สามารถถ่ายโอนสิทธิ์ในการใช้บริการหรือฐานะในสัญญาให้ผู้อื่น หรือนำไปใช้เป็นหลักประกัน
บทที่ 4 การใช้บริการ
ข้อ 13 (การให้ข้อมูล)
บริษัทสามารถแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับสมาชิกขณะใช้บริการทางอีเมลหรือไปรษณีย์ทั่วไป และสมาชิกสามารถปฏิเสธการรับข้อมูลได้โดยแจ้งผ่านระบบอีเมล
ข้อ 15 (เวลาเปิดให้บริการ)
1) บริการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เว้นแต่จะเกิดปัญหาทางธุรกิจหรือเทคนิคหรือมีเหตุที่บริษัทกำหนดและประกาศไว้ล่วงหน้า
2) บริษัทอาจจำกัดบางส่วนหรือทั้งหมดของบริการในกรณีเกิดปัญหาด้านอุปกรณ์หรือการใช้งานล้นระบบโดยไม่คาดคิด
3) บริการบางประเภทที่บริษัทให้บริการอาจกำหนดเวลาเปิด-ปิดเป็นพิเศษ และจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า
ข้อ 16 (ความรับผิดชอบของการใช้บริการ)
สมาชิกไม่สามารถใช้บริการเพื่อกระทำการผิดกฎหมาย เช่น การค้าที่ผิดกฎหมาย โฆษณา เผยแพร่ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ การแฮกกิ้ง หรือโพสต์เนื้อหาลามก และบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 17 (การระงับการให้บริการ)
1) บริษัทอาจระงับการให้บริการหากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
- เนื่องจากการก่อสร้าง ซ่อมบำรุง หรือขยายระบบ
- ผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักหยุดให้บริการตามที่กฎหมายกำหนด
- เกิดเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้
2) เว้นแต่ในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐหรือภัยพิบัติ บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเกี่ยวกับการระงับบริการล่วงหน้า
บทที่ 6 ทรัพย์สินทางปัญญา
ข้อ 19 (ทรัพย์สินทางปัญญา)
1) สิทธิ์และความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สมาชิกโพสต์อยู่ที่ตัวสมาชิกเอง บริษัทจะไม่นำไปใช้ทางธุรกิจโดยมิได้รับความยินยอมจากสมาชิก
2) สมาชิกต้องไม่ใช้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้เช่า หรือโอนข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทหรือพันธมิตร โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
บทที่ 7 ความรับผิดชอบและศาลที่มีอำนาจ
ข้อ 20 (ความเสียหาย)
บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่บริการไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่เกิดโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อของบริษัท
ข้อ 21 (ข้อสงวนสิทธิ์)
1) บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยเช่น ภัยพิบัติธรรมชาติที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้
2) บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุขัดข้องในการใช้บริการที่เกิดจากความผิดของสมาชิก
3) บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อการขาดรายได้ที่สมาชิกคาดหวังหรือความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินใจเลือกใช้ข้อมูลของสมาชิกเอง
4) บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่สมาชิกโพสต์ในบริการ
5) บริษัทไม่มีหน้าที่เข้าไปจัดการข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกหรือนำสมาชิกกับบุคคลที่สาม และไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
6) หากบริษัทได้รับความเสียหายเนื่องจากสมาชิกฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ สมาชิกจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่บริษัทและปกป้องบริษัทจากความเสียหายเหล่านั้น
ข้อ 22 (ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี)
สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทคือศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทในการใช้บริการและค่าใช้จ่าย
บทที่ 8 การชำระเงิน
ข้อ 23 (การยื่นคำขอซื้อสินค้า)
1) 'ผู้ใช้' สามารถยื่นคำขอซื้อสินค้าทางเว็บไซต์โดยใช้วิธีการต่อไปนี้ หรือวิธีที่คล้ายคลึงกัน โดยบริษัทจะต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย
- ค้นหาและเลือกสินค้า/บริการ
- กรอกข้อมูลผู้ซื้อ เช่น ชื่อและข้อมูลติดต่อ
- ยืนยันและแสดงความยินยอมต่อเนื้อหาข้อกำหนด เงื่อนไขบริการ การจำกัดการยกเลิก ฯลฯ
- ยืนยันคำขอซื้อสินค้า/บริการและตรวจสอบ
- เลือกวิธีชำระเงินและดำเนินการชำระเงิน
- ขั้นตอนการตรวจสอบขั้นสุดท้ายโดยบริษัท
2) ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อแก่บุคคลที่สาม
- ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล
- วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลของผู้รับ
- ข้อมูลที่มีการเปิดเผย
- ระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับ โดยจะต้องแจ้งและขอความยินยอมจากผู้ซื้อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเหล่านี้ต้องแจ้งและขอความยินยอมใหม่
3) หากบริษัทมอบหมายให้บุคคลที่สามดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อ บริษัทจะต้องแจ้งและขอความยินยอมจากผู้ซื้อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเหล่านี้ เว้นแต่เป็นกรณีจำเป็นตามสัญญาให้บริการหรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อ โดยแจ้งผ่านประกาศนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนประกาศและขอความยินยอมแยก
- ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล
- ต้องแจ้งเนื้อหาและขอบเขตการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่มอบหมายให้ผู้รับ รวมถึงต้องได้รับความยินยอมจากผู้ซื้อ และหากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่ผู้ซื้อเคยยินยอมก็ต้องแจ้งและขอความยินยอมใหม่เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามสัญญาให้บริการหรือเพื่อประโยชน์และความสะดวกของผู้ซื้อ บริษัทสามารถแจ้งผ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวตามวิธีที่กฎหมายกำหนดได้โดยไม่ต้องแจ้งและขอความยินยอมแยก
ข้อ 24 (การทำสัญญาให้สมบูรณ์)
1) บริษัทอาจปฏิเสธคำขอซื้อสินค้าตามข้อกำหนด 'การยื่นคำขอซื้อสินค้า' ในกรณีที่มีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลที่ยื่นคำขอไม่ถูกต้อง ขาด หรือผิดพลาด
- ผู้ซื้อมีสถานะสมาชิกที่ถูกจำกัดหรือระงับการใช้งาน
- ตรวจพบความผิดปกติ เช่น ซื้อซ้ำ ซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทุจริต
- กรณีอื่นที่บริษัทเห็นว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเทคโนโลยีหรือการดำเนินงานของบริษัท
2) เมื่อการแจ้งยืนยันตอบรับจากบริษัทไปถึงผู้ใช้ตามวิธีการที่ระบุไว้ในข้อกำหนด ถือว่าสัญญาสมบูรณ์ตามข้อกำหนดนี้
3) การแจ้งยืนยันของบริษัทจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับการยืนยันคำขอซื้อ การตรวจสอบความเป็นไปได้ในการขาย และข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกคำขอซื้อ
ข้อ 25 (วิธีการชำระเงินและค่าธรรมเนียมผู้ใช้ทั่วไป)
1) ค่าสินค้าที่ซื้อผ่าน 'เว็บไซต์' ของบริษัท สามารถชำระด้วยวิธีต่อไปนี้
- ชำระบัตรเดบิต บัตรเครดิต เนเวอร์เพย์/คา카오เพย์ หรือบัตรอื่น ๆ
- การชำระเงินแบบง่าย/อิเล็กทรอนิกส์
- วิธีการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่บริษัทกำหนด
2) บริษัทสามารถตรวจสอบสิทธิ์การใช้วิธีการชำระเงินของผู้ซื้อ และสามารถระงับการทำธุรกรรมจนกว่าการตรวจสอบเสร็จสิ้น หรือยกเลิกธุรกรรมที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
3) บริษัทสามารถจำกัดวงเงินการชำระต่อเดือนหรือยอดเงินคงเหลือตามนโยบายของบริษัทและข้อกำหนดของบริษัทชำระเงิน เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์ บริษัทบัตรเครดิต หรือผู้ให้บริการเกตเวย์ (PG)
4) นโยบายของบริษัทและข้อกำหนดของบริษัทผู้ชำระเงินอาจกำหนดวงเงิน หรือยอดรวมการชำระต่อเดือนของผู้ซื้อ
5) ผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลการชำระเงินที่กรอกเพื่อการชำระเงินแต่เพียงผู้เดียว
ข้อ 26 (การแจ้งยืนยันการรับ การเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคำขอซื้อสินค้า)
1) เมื่อผู้ซื้อขอซื้อสินค้า บริษัทจะส่งแจ้งยืนยันการรับคำขอซื้อสินค้า
2) หากผู้ซื้อได้รับแจ้งแล้วยืนยันว่าข้อมูลไม่ตรงกัน สามารถขอเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคำสั่งซื้อได้ทันที บริษัทจะดำเนินการตามคำขอ เว้นแต่ได้ชำระเงินแล้ว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดเรื่อง 'การถอนคำขอซื้อ'
ข้อ 27 (การคืนเงิน)
1) หากไม่สามารถให้บริการหรือจองแบบออนไลน์ที่ผู้ซื้อขอได้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ทราบโดยไม่ชักช้า หากผู้ซื้อได้ชำระเงินแล้วจะคืนเงินหรือดำเนินการที่เหมาะสมให้เสร็จภายในวันที่จองผ่านระบบจองออนไลน์ของบริษัท เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือกฎหมายอื่นกำหนดเป็นอย่างอื่น
2) ในกรณีต่อไปนี้ ผู้ซื้อไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนบริการที่ได้รับผ่าน 'บริการชำระเงินออนไลน์'
- ความเสียหาย/สูญหายที่เกิดจากความรับผิดของผู้ซื้อ
- การใช้หรือบริโภคบริการบางส่วนโดยผู้ซื้อจนทำให้มูลค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- กรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดว่าไม่สามารถยกเลิกคำขอซื้อ
3) แม้ในกรณีข้างต้น หากเนื้อหาของ 'บริการชำระเงินออนไลน์' ไม่ตรงกับที่ระบุหรือเสนอขาย หรือไม่ได้ดำเนินการตามสัญญา ผู้ซื้อสามารถยกเลิกคำขอซื้อภายใน 3 วันหรือตั้งแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ภายใน 30 วัน
ข้อ 28 (การถอนคำขอซื้อสินค้า)
1) ผู้ซื้อที่ทำสัญญาซื้อสินค้ากับบริษัทสามารถถอนคำขอซื้อได้ภายใน 7 วันหลังจากได้รับแจ้งตอบรับ
2) หากบริษัทไม่เปิดเผยข้อกำหนดหรือข้อจำกัดการถอนคำขออย่างชัดเจน หรือไม่ดำเนินการตามที่เป็นอยู่ ผู้ซื้อจะไม่ถูกจำกัดในการขอถอนคำขอซื้อ
3) ถึงแม้ว่าข้อกำหนดจะจำกัดไว้ ผู้ซื้อสามารถขอถอนคำขอซื้อได้ภายใน 3 วันหลังจากได้รับสินค้า หรือภายใน 30 วันหลังจากรู้หรือควรจะรู้ว่าข้อมูลไม่ตรงตามที่ซื้อ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 29 (ผลของการถอนคำขอซื้อสินค้า)
1) เมื่อบริษัทได้รับคืนสินค้า บริษัทจะคืนเงินให้ผู้ซื้อภายใน 3 วันทำการ หากล่าช้า บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุในพระราชบัญญัติพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (15% ต่อปี)
2) ในกรณีคืนสินค้าผู้ซื้อชำระผ่านบัตรเครดิต บริษัทจะดำเนินการกับผู้ให้บริการบัตรเพื่อพักหรือยกเลิกยอดเรียกเก็บเงินโดยไม่ชักช้า
3) ค่าขนส่งสำหรับคืนสินค้าเนื่องจากการถอนคำขอซื้อจะเป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ยกเว้นกรณีที่เนื้อหาสินค้าไม่ตรงตามที่แจ้งหรือสัญญา บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายดังกล่าว
[ภาคผนวก] (วันที่มีผลบังคับใช้) ข้อกำหนดนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2024